No account yet?
 
 
You are here:: News ธนชาติ นุ่มนนท์ เร่งขุนโมบายแอพลิเคชั่นรับซอฟต์แวร์เซอร์วิส
 
 

ธนชาติ นุ่มนนท์ เร่งขุนโมบายแอพลิเคชั่นรับซอฟต์แวร์เซอร์วิส

E-mail Print PDF
Pic_132746

เปิดใจ แม่ทัพซอฟต์แวร์พาร์คคนที่ 3 มุ่งพัฒนาคลาวด์คอมพิวติ้ง และโมบายแอพลิเคชั่น ปัดข่าวเอกชนซื้อตัว ขณะที่มองอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์เปลี่ยนจากไลเซนส์ เป็นเซอร์วิส...

ถือ ว่าเจอศึกหนักท้าทายสามารถ สำหรับ ผู้อำนวยการเขตอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งประเทศไทย หรือ ซอฟต์แวร์พาร์ค คนที่ 3 หลังจาก 2 อดีตผู้อำนวยการอย่าง นายรอม หิรัญพฤกษ์ และนางสุวิภา วรรณสาธพ ปูทางซอฟต์แวร์พาร์คมาเป็นอย่างดี

ขณะที่ ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์คไฟแรง และกำลังเตรียมแผนงานเพื่อพิสูจน์ผลงานในปี 2554หรือ ปีกระต่ายที่กำลังจะมาถึงอีกไม่ 3 สัปดาห์ ขุนพลหนุ่มก็พร้อมจะนำพาซอฟต์แวร์พาร์คก้าวกระโดดโดยมุ่งเน้นถึง 2 ส่วน ได้แก่ คลาวด์คอมพิวติ้ง และโมบายแอพลิเคชั่น พร้อมยกตัวอย่างไต้หวัน ที่ตั้งเป้าผู้นำซอฟต์แวร์ในอนาคตด้วย แต่แผนปฏิบัติงานในปีหน้า และวิสัยทัศน์ในการบริหารงานขะเป็นอย่างไร ต้องฟังคำตอบจาก “ธนชาติ นุ่มนนท์” ผู้ที่จะก้าวไปพร้อมกับทำให้ผู้ประกอบการ และผู้บริโภครู้เท่าทันเทคโนโลยีที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง...

 

It Digest : จุดเริ่มต้นที่เข้ามารับตำแหน่ง ผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์ค
ธนชาติ :
ก่อนหน้าทำงานวิจัยมา และเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมากว่า 10 ปี จากนั้นก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่ บริษัท ซันไมโครซิสเต็มส์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเรียนรู้การทำงานในภาคเอกชน ในแง่ธุรกิจซอฟต์แวร์ ต่อมา ออราเคิล เข้าเทคโอเวอร์ ซัน จึงเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญ และเป็นธรรมชาติของการควบกิจการ ขณะเดียวกัน ปี 2552 ที่ผ่านมา บังเอิญก็ได้รู้จักนางสุวิภา อดีตผู้อำนวยการ จึงชวนให้รับงานที่ซอฟต์แวร์พาร์ค ก่อนตัดสินใจรับตำแหน่ง

It Digest : หนักใจกับการรับตำแหน่งนี้ หรือไม่
ธนชาติ :
โดย ส่วนตัว ก็มีความกังวล เพราะนับเป็น ผู้อำนวยการคนที่ 3 และคนเก่าทั้ง 2 ราย ก็บริหารงานไว้ดีมาก อย่างท่านแรก คือ นายรอม หิรัญพฤกษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ก็เป็นเริ่มต้นของซอฟต์แวร์พาร์คที่ขับเคลื่อนได้
เป็นอย่างดี มองในแง่ของทิศทางการสร้างคน ควรจะไปยังไงโดยเน้นเรื่องของเทคโนโลยีทรานเฟอร์ ซีเอ็มเอ็มไอ ซึ่งก็เป็นจุดเด่นของซอฟต์แวร์พาร์คในจุดแรก

นอกจากนี้ ยังนำเรื่องของการสร้างคนเข้ามา ต่อมา ในยุคนางสุวิภา วรรณสาธพ อดีตผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์ค โดยมองภาพ และทำได้ดี คือ การประสานงานร่วมกับหลายๆ หน่วยงานและสมาคมต่างๆ และในส่วนตัว ที่เข้ามาเป็นส่วนที่ 3 คือ การประสานงานจาก 2 ส่วน เข้ามาประสานกัน ให้เกิดจุดเด่นและดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวเคยเป็นที่ปรึกษาของซอฟต์แวร์พาร์คเมื่อ 8 ปีก่อน หากถามโดยส่วนตัวก็รู้เรื่องเรื่องซอฟต์แวร์พอสมควร รวมถึงงานบางกลุ่มด้วย แต่ถ้าถามว่างานทั้งหมดเข้าใจมั้ย คือไม่ใช่ นอกจากนี้ ยังรู้สึกสบายใจที่เข้ามาทำงานที่นี่ เพราะมีผู้ร่วมงานที่ดี ที่เข้าใจอุตสาหกรรม และทำมานาน ส่วนบทบาทที่ไม่ควรมองข้าม คือ กว่า 10 ปี ที่ซอฟต์แวร์พาร์คก่อตั้งขึ้น มีหลายอย่างที่เป็นจุดเด่นและทำได้ดี คือ แลนด์มาร์ค ทั้งนี้ มีหลายคนสงสัยว่า คือ อะไร ดังนั้น ขออธิบาย มองสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ ซิป้า คือ บีโอไอ ที่ช่วยส่งเสริมการลงทุน ส่วนซอฟต์แวร์พาร์ค คือ นิคมอุตสาหกรรม เป็นที่ที่มีบริษัทซอฟต์แวร์เข้ามาอยู่ มีที่ให้ทำธุรกิจ พร้อมกับเข้าไปสร้างตลาด และกระบวนการดำเนินการให้เข้มแข็ง รวมถึงบ่มเพาะคนรุ่นใหม่ให้เข้ามาไม่จำกัดจำนวน

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญ คือ ถ้าต่างชาติเข้ามาแล้วสนใจทำซอฟต์แวร์อย่างจริงจัง ก็ต้องพามาที่ซอฟต์แวร์พาร์ค ขณะเดียวกันซอฟต์แวร์ พาร์คก็ต้องช่วยโปรโมทอุตสาหกรรมด้วยเพราะโครงสร้างที่อยู่ในอุตสาหกรรมกับ โครงสร้างอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แตกต่างกัน เพราะนิคมต้องการสถานที่ ระบบสาธารณูปโภค แต่ซอฟต์แวร์พาร์ค ไม่ได้จบอยู่แค่นี้ เพราะโลกก็เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น จึงต้องโปรโมทให้ผู้ที่จะทำ อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์มีประสิทธิภาพที่เพียงพอไปขายได้

It Digest : แผนปฏิบัติการปี 2554
ธนชาติ :
ต้อง มองภาพว่า ที่ผ่านมาผู้อำนวยการทั้ง 2 ราย ดำเนินการมาอย่างดี และเน้นคนละส่วน ทั้งเทคโนโลยีการสร้างคน และการตลาด ขณะที่ ส่วนตัวเข้ามาในยุคที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยน การทำซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยน ดังนั้น บทบาทของซอฟต์แวร์กำลังเปลี่ยนอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.คลาวคอมพิ้วติ้ง และ 2.โมบายแอพลิเคชั่น และมีเดียแทปเล็ต

สำหรับ 1.คลาวคอมพิ้วติ้ง ที่กำลังจะเกิดขึ้น สิ่งที่จะเห็นคือ โมเดลซอฟต์แวร์จะเกิดขึ้น อยู่บนเว็บอยู่บนเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ ส่วนตัวเพิ่งกลับมาจากไต้หวัน และที่นั่น เข้าเน้นอุตสาหกรรมการผลิตฮาร์ดแวร์ สิ่งที่รัฐบาลไต้หวันกำลังมองในอนาคต คือ 20 ปี ที่ผ่านมา ประเทศประสบความสำเร็จมาก ขณะที่ตั้งเป้าว่า ในอนาคตไต้หวันต้องเป็นผู้นำในการพัฒนาและบริการซอฟต์แวร์ โดยมุ่งไปที่คลาวคอมพิวติ้ง อีกทั้ง ยังมีนโยบายที่เรียกว่า 4ซี คือ คลาวด์ดีไวท์ ต่อไปคนสามารถเข้าถึงระบบคลาวด์คอมพิวติ้งผ่านมือถือผ่านแทปเลตได้ 2.คลาวด์อินฟราสตรักเตอร์ เรื่องอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ บรอดแบนด์ 3.คลาวด์เซิร์ฟเวอร์ พูดง่ายๆ คือ ต่อไปการประมวลผลดีไวท์เป็นแค่ปลายทาง แต่การประมวลผลอยู่ที่ตัวเซิร์ฟเวอร์ และ 4.คลาวด์เซอร์วิส การบริการอี-กัฟเวิร์ลเมนท์ผ่านคลาวด์คอมพิวติ้ง นอกจากนี้ ยังยกตังอย่างว่าเทรนด์ การเล่นโปรแกรมผ่านเว็บกำลังมาแรง และซอฟต์แวร์สามารถรันจากที่ไหนก็ได้ผ่านเว็บมา และการบริหารเว็บก็ยากขึ้น รูปแบบใหม่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ วันนี้คนขายซอฟต์แวร์ไม่ได้เปิดร้าน แต่มีห้างสรรพสินค้า แล้วต้องเอาของขึ้นมาขายบนห้าง แล้วลูกค้าเดินมาที่ห้างแทนนี่คือ สิ่งที่กำลังจะเปลี่ยน เพราะฉะนั้น ถ้าจุดนี้เปลี่ยนบทบาท ของซอฟต์แวร์พาร์คก็ต้องเปลี่ยน ต้องสอนคนทำอย่างไรให้เอาของขึ้นห้างได้

2.โมบายแอพลิเคชั่น และมีเดียแทปเล็ต ขณะที่ ปัจจุบัน จำนวนโมบายโมบายด์มากกว่าแทปเลต และยังมีแอพลิเคชั่นมากกว่าแทปเล็ต ดังนั้น ซอฟต์แวร์พาร์ค ต้องทำให้คนทำเรื่องพวกนี้เป็นเขียนโปรแกรมเป็นถึงจะขายได้ 3.โซเชียลคอมมูนิเคชั่น จาก3 ประเด็น คือ สิ่งที่เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยน เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน โปรเจคของซอฟต์แวร์พาร์ค ก็ต้องเปลี่ยนด้วย

It Digest : วิสัยทัศน์ของซอฟต์แวร์พาร์ค
ธนชาติ :
อนาคต ของซอฟต์แวร์พาร์คไม่ใช่เรื่องของสถานที่ตั้ง แต่คือ อินเทอร์เน็ต อนาคตจะอยู่บนอินเทอร์เน็ต ทำอย่างไรก็ก็ได้ให้คนมาใช้อินเทอร์เน็ต และพัฒนาขึ้น รวมถึงทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ทำอย่างไรให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์ สามารถให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ บนเทคโนโลยีใหม่ๆได้ และที่สำคัญคือ ทำอย่างไรก็ได้ ให้ผู้ซื้อเข้าใจว่ามีตลาดใหม่ด้วย และต้องประสานกับหน่วยงาน

It Digest : โครงการที่จะดำเนินการ
ธนชาติ :
1.เรื่อง เทคโนโลยีทรานเฟอร์ เทรนด์นิ่ง ซอฟต์แวร์พาร์คจะให้ความสำคัญกับตรงนี้ในการอบรม บริษัท ซอฟต์แวร์ ให้เข้าใจในเรื่องของตัวซอฟต์แวร์ที่กำลังจะเปลี่ยนไป เช่น โมบายแอพลิเคชั่น แพลตฟอร์ม ไอโฟน ที่จะพัฒนาแอพลิเคชั่นยังไง ส่วนเรื่องต่อมาที่มองภาพ คือ เรื่องของคลาวด์คอมพิวติ้ง ว่าจะเขียนโปรแกรมขึ้นคลาวด์อย่างไร อย่างเช่น บริษัทที่มีอยู่ตอนนี้ และตลาดกูเกิล ตลาดไมโครซอฟต์ขณะเดียวกัน ก็จะผลักดัน ผู้ประกอบการไทยให้ทำตลาดเพิ่ม สิ่งที่ ซอฟต์แวร์พาร์ค จะเร่งดำเนินการ คือ การร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ และสิ่งที่มองไว้ คือ การทำโมบายเทสชิ่งเซ็นเตอร์ หรือ ศูนย์ทดสอบมือถือ เพื่อให้นักพัฒนามีแฮนด์เซ็สในการทดสอบ สิ่งที่จะได้ คือ ชุมชนของนักพัฒนา และ นอกจากนี้ ยังร่วมมืออยู่กับนักพัฒนาที่เป็นภาคเอกชนมีที่จะสามารถนั่งคุยกันได้ มีกิจกรรมร่วมกัน ดังนั้น ชุมชนของนักพัฒนาจะแข็งแรงขึ้น จากนั้น พอมีชุมชน และนักพัฒนา สิ่งที่จะทำจริงๆ คือ พัฒนาการจับคู่ธุรกิจ ประกอบด้วย 1.เทรนด์นิ่ง 2.โมบายด์ทีชชิ่งเว็นเตอร์ และ 3.อินโนเวชั่นสเปซ โดยมีภาคเอกชน เข้ามาเกี่ยวข้อง พอได้โปรไฟล์ หรอดาต้าเบส จากผู้ประกอบการไทยซอฟต์แวร์ อีมาร์เก็ตเพลส และจะเปิดตัวอีกที ทำอย่างไรให้สามารถซื้อขายซอฟต์แวร์ออนไลน์ได้ เพราะฉะนั้น นักพัฒนาสามารถซื้อขายซอฟต์แวร์ได้ ซึ่งทั้งหมดจะสามารถเปิดตัวได้ในเดือนก.พ. 2554 ขณะเดียวกัน ก็กำลังพัฒนาโปรแกรม เพื่อขาย และต้องพัฒนาร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

It Digest : มองภาพรวมของซอฟต์แวร์ในประเทศไทยเป็นอย่างไร
ธนชาติ :
บังเอิญ ส่วนตัวอยู่ในแง่ของผู้สอน และในแง่ผู้ขายซอฟต์แวร์ในต่างประเทศ ถามว่าคนไทยสู้ต่างประเทศได้หรือไม่ คิดว่ามีทั้งส่วนที่เก่ง และส่วนที่ต้องพัฒนาอีกพอสมควร แต่ตอนนี้ สิ่งที่เป็นทั้งโอกาสและภาวะคุกคาม คือ เรื่องของเทคโนโลยีที่เปลี่ยน ถ้าสามารถพัฒนาคนในประเทศได้เร็ว ขณะนี้ ต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีโมบายด์เข้ามา แต่ปัญหาของประเทศไทยอยู่ที่ว่าไปตลาดตรงนั้นทันหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น นิตยสารต่างๆ ที่อยู่บนไอแพด ถามว่าลักษณะนี้ คนไทยทำได้หรือไม่คำตอบ คือ ทำได้แต่ต้องมีโอกาส ขณะเดียวกัน ก็มีภาวะคุกคามเพราะต่างชาติ ก็นำแอพลิเคชั่นมาขายได้ อย่างไรก็ตาม มองว่า โอกาสของประเทศไทยมีมากขึ้น และโดยพื้นฐานนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทย โดยพื้นฐานสู้ได้ไม่ถึงกับด้อย นอกจากนี้ ในเทรนด์ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ไม่ได้แข่งขันกันที่ราคาธุรกิจซอฟต์แวร์ คือ ธุรกิจบริการ เพราะฉะนั้น สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ การบริการ ไม่ใช่ราคา แต่อยู่ที่การตามเทคโนโลยีให้ทัน และแยกตลาดซอฟต์แวร์ให้ทัน บริษัท ซอฟต์แวร์ไทยจะเห็นรายใหญ่ ๆ แล้วก็มีกลุ่มที่มีเทรนด์ เปลี่ยนเป็นเว็บ มีโอกาสขายในประเทศและส่งออกต่างประเทศได้

It Digest : จำนวนนักพัฒนาซอฟต์แวร์ในประเทศไทย
ธนชาติ :
คน มักจะพูดเรื่องตัวเลข 5 หมื่นคนบ้าง 7หมื่นคนบ้าง แต่โดยส่วนตัว คิดว่ายังไม่มีตัวเลขชัดเจน ถามว่า แต่ละปีผลิตบัณฑิตออกมาเยอะมั้ย ก็เยอะนะ แต่ปัญหา คือ คนที่พัฒนาแล้วใช่ยังมีไม่มาก สมมติว่าต้องการหาคนทำโมบายแอพลิเคชั่นเก่งๆ ก็มีไม่มาก ส่วนตัวเชื่อว่า คนไทยเน้นให้ถูกทางก็จะเกิดประสิทธิภาพ ถ้าเรามองสถาบันการศึกษาของเรา แต่ละปี อย่างน้อยก็มี 50 คน 100 คน เพียงแต่ว่าคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมและมีความเชี่ยวชาญจริงๆ มีแค่ไม่กี่คน แยกเป็นไอทีเฉพาะหน้า สิ่งที่อาจจะขาดไป คือ แต่ละปี คนที่อยู่ในอุตสาหกรรมและมีความเชี่ยวชาญ แต่สำหรับความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ต้องดูมาดูอีกที

It Digest : สิ่งที่ยังกังวลเกี่ยวกับอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์
ธนชาติ :
ห่วง ที่ต้องทำตอนนี้ คือ ทำให้ผู้ประกอบการซอฟต์แวร์เข้าใจให้ว่าตลาดกำลังจะเปลี่ยน นอกจากเทคโนโลยีเปลี่ยนแล้ว ก็จะเปลี่ยนด้านบริการด้วย กลายเป็นอุตสาหกรรมบริการไม่ใช่อุตสาหกรรมไลเซนส์ คนที่อยูในอุตสาหกรรมต้องมีความเชี่ยวชาญจริงๆ

It Digest : มีกระแสข่าวว่าบริษัทเอกชนซื้อตัว
ธนชาติ :
ไม่มีครับ เดิมเคยอยู่กับบริษัทเอกชนอยู่แล้ว แต่เข้ามานั่งในตำแหล่งผู้อำนวยการซอฟต์แวร์พาร์คแล้ว ก็มีความสุขกับการทำงานตรงนี้

It Digest : ฝากถึงผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์บ้าง
ธนชาติ :
จริงๆ อยากฝากถึงผู้อ่าน แต่ก็มองเห็นภาพแล้วว่า ผู้อ่านตามเทคโนโลยีทันอยู่บ้างแล้ว สังเกตจากการเข้าอ่านข่าวที่เว็บไซต์ แต่สิ่งหนึ่งที่ผู้อ่านควรตระหนัก คือ เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยน ก็มีผลต่อการดำรงชีวิตของผู้อ่าน ในการทำธุรกิจ ในการศึกษา การใช้ชีวิตประจำวัน มีผลกระทบ เพราะฉะนั้น ต้องรู้เท่าทันและใช้อย่างมีประโยชน์ บริโภคอย่างเหมาะสม รวมถึงนำตรงนี้ มาเป็นโอกาสในการดำเนินชีวิต ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกัน คนไทยบริโภคเทคโนโลยีมาก แต่บางครั้งไปในทางที่ผิด ทั้งที่เป็นโอกาสมหาศาล เช่น เฟซบุ๊ก ในแง่ของงาน การหาเพื่อน ติดต่องาน เพราะใช้เทคโนโลยีไม่เป็น ต่อไป อาจจะเห็นคนใช้อีเมล์น้อยลง ใช้เฟซบุ๊กมากขึ้น ซึ่งมีประโยชน์มาก อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีมีประโยชน์ ไอที เข้ามามีส่วนในชีวิตประจำวัน จึงต้องใช้ให้เกิดประโยชน์ และคุ้มค่าที่สุด อีกทั้ง ถ้ามองในแง่ผู้ประกอบการนี่คือโอกาสจากเทคโนโลยีที่กำลังเปลี่ยน

 

ขอขอบคุณ
ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์
Itdigest@thairath.co.th